รหัสคอร์ส : Y006Z1
ทัวร์รถบัสวันเดียวไปกลับเกียวโต”
มาแล้ว!! ทัวร์เดินทางจากโอซาก้าไปเที่ยว 4 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญรอบเมืองเกียวโตวันเดียวไปกลับด้วยรถบัส
ครั้งนี้จะขอแนะนำทัวร์ที่เหมาะและคุ้มมากๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมบริเวณใกล้ๆ สถานีโอซาก้าหรืออุเมดะที่อยากจะเดินทางไปเที่ยวเมืองเกียวโต เพราะหากคุณเดินทางด้วยรถไฟจากโอซาก้าไปเกียวโตอย่างเดียวก็ใช้เวลาไปประมาณ 30 – 40 นาทีแล้ว นอกจากนั้นเมื่อไปถึงจุดจอดรถบัสหน้าสถานีเกียวโตก็จะพบว่าจะมีผู้รอใช้บริการรถบัสเป็นจำนวนมาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูชมซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีจะมีผู้มาต่อแถวซื้อตั๋วเป็นแถวยาวทีเดียว และแม้ว่าจะได้ขึ้นรถบัสแล้วก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนรถ อาจจะต้องเสียเวลาหาป้ายรถบัสเพื่อไปสถานที่ที่ต้องการ บางครั้งอาจจะต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟระหว่างทางอีกด้วย ซึ่งกรณีแบบนี้แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก อาจจะนั่งรถไฟผิดทิศทางไปลงผิดสถานีก็มีไม่น้อย (หมายเหตุ อ้างอิง : JR โอซาก้าไป JRเกียวโต เที่ยวเดียวประมาณ 30 – 40 นาที ราคาเที่ยวเดียว 560 เยน รถบัสเมืองเกียวโต 1 ป้าย 230 เยน~)

แต่หากคุณใช้บริการทัวร์วันเดียวไปกลับเมืองเกียวโตนี้ ความกังวลทั้งหมดของคุณจะหมดไปตั้งแต่เมื่อคุณเดินทางออกจากโอซาก้า (อุเมะดะหรือนัมบะ) ทั้งเรื่องการต้องเดินแบกสัมภาระหนักๆ การต่อแถวยาวเหยียดที่จุดรอรถบัส หรือการหลงทาง ไม่มีตัวเลือกไหนจะเหมาะสมอีกแล้วหากคุณต้องการใช้เวลาที่มีอย่างจำกัดของคุณกับการเพลิดเพลินในเมืองเกียวโตอย่างคุ้มค่า
โดยในครั้งนี้เราได้เลือกเดินทางไปกับทัวร์รถบัสรอบเช้าจากโอซากาเที่ยวชม 4 สถานีที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกียวโต คือศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ วัดคิโยะมิสุ วันคินคะคุจิ อาราชิยาม่า หลังจากที่ได้ฟังไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษเล่าให้ฟังถึงจุดที่เป็นไฮไลท์ของแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวขณะอยู่บนรถบัสแล้ว เราก็สามารถเดินเล่นได้อย่างอิสระเมื่อถึงสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ทำให้เราใช้เวลาของเราได้อย่างคุ้มค่าในการเดินชมเมืองเกียวโต เมืองหลวงในอดีตที่ยังคงอบอวลด้วยบรรยากาศความน่าเกรงขามของประเทศญี่ปุ่น
ออกเดินทางอย่างชิวๆ จากอุเมะดะและนัมบะในตอนเช้า
สถานที่นัดพบจะเป็น 2 สถานที่ที่เป็นที่รู้จักตั้งอยู่กลางเมืองโอซาก้า สามารถเลือกได้ระหว่างอุเมะดะ (ที่จอดรถนิชิอุเมะดะ) หรือนัมบะ (นัมบะ ปาร์ค = อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หน้าสถานีนัมบะ) เป็นจุดที่มีโรงแรมตั้งอยู่มากมายจึงสามารถเดินทางได้อย่างง่ายดายจากโรงแรมที่พัก

หมายเหตุ ลำดับการท่องเที่ยวอาจมีการสลับกันได้ขึ้นอยู่กับวันออกเดินทาง
① ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดในเกียวโต
“ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ” ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอันดับ 1 ถึง 3 ปีซ้อน มีสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดเป็นแถวของเสาโทริอิสีชาดนับพันๆ ต้นตั้งเรียงรายกัน และยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังฮอลลิวูดด้วยซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนก็เดินทางมาเพราะชื่นชอบฉากที่เห็นในหนังนั้น โดยเสาโทริอิจะถูกเรียงทอดยาวไปจนถึงยอดเขา

©Fushimi Inari Taisha

เนื่องจากว่าสุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์รับใช้ของเทพเจ้าอินาริ ดังนั้นภายในเขตของศาลเจ้าจึงมีรูปปั้นของสุนัขจิ้งจอกมากมายสามารถพบเห็นได้แทบทุกที่
②มรดกโลกวัดคิโยะมิสุ ・・・โอกาสในการไปสัมผัสและชมโครงสร้างภายในของสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมที่อยู่ยงมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
ดูเหมือนว่าวัดแห่งนี้จะเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาวัดต่างๆ มากมายที่มีอยู่ในเกียวโต มีไฮไลท์เป็นตัวอาคารหลักที่ยื่นออกมากจากบนผาหิน (สมบัติแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น) ที่ท่านอาจจะเคยเห็นบนหน้าปกของหนังสือแนะนำการท่องเที่ยว โชคไม่ดีที่มีงานซ่อมแซมตัวอาคารหลักตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 แต่ก็ยังสามารถเข้าไปชมภายในได้ รวมทั้งผ้าคลุมที่ใช้คลุมในการทำงานซ่อมแซมก็เป็นแบบใสจึงสามารถมองทะลุเข้าไปเห็นโครงสร้างภายในของอาคารเลยทีเดียว ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นโอกาสเดียวเท่านั้นในการได้เห็นโครงสร้างของอาคาร อาจจะเรียกว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าก็ได้ (ช่วงเวลาของงานซ่อมแซม: กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ~ ยังไม่มีกำหนด)

©Sue Ann Simon/©JNTO

อีกหนึ่งสิ่งที่มีชื่อเสียงของวัดคิโยะมิสุคือน้ำธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์จากน้ำตกโอโตวะซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดด้วย ว่ากันว่าสายน้ำมีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของการขอพรเกี่ยวกับการเรียน ความรัก และสุขภาพ ที่บริเวณด้านหน้าสายน้ำจากน้ำตกโอโตวะที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 สายจะมีแถวยาวของเหล่าหญิงสาวผู้มาขอพรเรื่องความรัก นักท่องเที่ยวควรจะต้องตรวจสอบให้ดีกว่ามาขอพรเรื่องอะไรก่อนจะไปต่อแถวเพราะอาจจะไปต่อแถวผิดแล้วดื่มน้ำที่ไม่ตรงกับสิ่งที่อยากจะขอได้
ศาลเจ้าจุชุจินจะที่ตั้งอยู่ข้างวิหารหลักวัดคิโยะมิสุ ศาลเจ้านี้ก็มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเทพเจ้าแห่งความสัมพันธ์เช่นกัน ว่ากันว่าหากใครสามารถเดินหลับตาจากก้อนหินก้อนหนึ่งซึ่งห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ไปยังก้อนหินอีกก้อนหนึ่งได้ คนคนนั้นจะประสบความสำเร็จเรื่องความรัก
เพลิดเเพลินกับการเดินเล่นชิวๆ ท่ามกลางบ้านเมืองที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคราวกับได้เดินทางย้อนเวลา
เมื่อเดินลงไปตามทางเดินของวัดคิโยะมิสุคุณจะพบกับบริเวณที่เรียกว่า “นิเนนซากะ ซันเนนซากะ” ที่นี่จะมีร้านขายของแบบสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นสมัยก่อนตั้งเรียงรางกันเป็นแถวทั้งร้านขายของเบ็ดเตล็ดหรือร้านขนม แค่มองเฉยๆ ก็น่าสนุกแล้ว โดยภายในจะมีของฝากที่หาได้เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นวางจำหน่ายด้วยซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับซื้อไปฝากเพื่อนๆ หรือครอบครัว
③ วัดคินคะคุจิมรดกโลกที่เป็นที่ภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่น
และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางไปวัดคินคะคุจิ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “วัดโระกุอง” บนพื้นที่กว้างขวางจะมีวิหารทองคำแสนสง่าที่ปกติเรียกว่า “คินคะคุ” ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ภายใน ตัววิหารทองคำของเดิมนั้นถูกวางเพลิงจนไหม้ทั้งหลังในปี ค.ศ.1950 โดยกล่าวกันว่ามีสาเหตุมาจากพระนักบวชผู้หนึ่งที่มีความอิจฉาริษยาในความสวยงามของคินคะคุ เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ มิชิมะ ยุกิโอะ นักเขียนชื่อดังนำไปแต่งเรื่อง “วัดคินคะคุจิ” (วิหารทองในปัจจุบันเป็นส่วนที่บูรณะขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ.1955) ความสวยงามของวัดคินคะคุจิจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้งสี่ ว่ากันว่าที่นี่ยังเป็นจุดรับพลังงานบวกตามหลักของกฎฮวงจุ้ยอีกด้ว
④ไปหยุดเวลาที่อาราชิยาม่า เดินเล่นกลางป่าไผ่แสนสงบ♪
ไปอาราชิยาม่า จุดชมวิวที่เลื่องชื่อลือชา ภายในพื้นที่ของอาราชิยาม่านั้นมีจุดชมวิวที่เป็นที่รู้จักมากมายแต่ก่อนอื่นเราจะไปถ่ายรูปที่หน้าสะพานโทเก็ตสึเคียวซึ่งเป็นจุดที่มักจะถูกนำไปใช้ในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวและในโทรทัศน์กันก่อน ข้างหลังของตัวสะพานนั้นในฤดูใบไม้ผลิจะเห็นต้นซากุระบนภูเขาโอะกุระยามะ ฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นใบไม้เปลี่ยนสี เรียกว่าเป็นฉากที่เห็นเมื่อใดก็รู้เลยว่านี่คือประเทศญี่ปุ่น

©tk2001

เมื่อเดินผ่านแถวของร้านขายของฝากที่เรียงรายก็จะเข้าสู่สถานที่ที่เป็นดั่งตัวแทนของอาราชิยาม่า “ถนนป่าไผ่ จิคุรินโนะมิจิ” เราจะสามารถเดินเล่นเพลินใจในป่าไผ่ที่ให้บรรยากาศราวกับว่าได้เข้ามาอยู่ในโลกแห่งนิทานโบราณได้ ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เหมาะอย่างมากสำหรับการเก็บภาพ หลังจากเดินเล่นป่าไผ่แล้วหากมีเวลาก็แนะนำให้ไปวัดเท็นริวที่มีสวนญี่ปุ่นซึ่งถูกกำหนดให้เป็นมรดกโลกด้วย
หลังจากอิ่มอกอิ่มใจในเกียวโตแล้วก็พักผ่อนหลับไหลบนรถบัสขณะเดินทางกลับโอซาก้าได้
หลังจากเที่ยวชม 4 สถานที่ไฮไลท์ของเมืองเกียวโตแล้วก็มาพักเหนื่อยจากการเดินกันบนรถบัส เพราะด้วยทัวร์รถบัสจึงทำให้คุณไม่ต้องไปเปลี่ยนเป็นรถไฟหรือรถประจำทางที่คับคั่งไปด้วยผู้โดยสาร สามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจไปจนถึงโอซาก้า ของฝากต่างๆ ที่ซื้อมาขนกลับสบายๆ แค่ใส่ไว้ในรถบัส

ทัวร์เกียวโตวันเดียวไปกลับที่คุ้มสุดๆ และมีทั้งความสะดวกในแง่ของการเดินทางและไกด์ภาษาอังกฤษร่วมเดินทางไปด้วยแบบนี้นั้นไม่ได้หาได้ง่ายๆ นัก แถมยังเปิดการเดินทางเมื่อมีผู้สมัครตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปอีกด้วยจึงสามารถจัดตารางการเดินทางได้อย่างง่ายดาย อย่ารอช้า มารีบสมัครก่อนที่ที่นั่งจะเต็มกันดีกว่า
Facebook