บริษัท ฮังคิวทราเวล จำกัด

ข้อตกลงและเงื่อนไขกิจการท่องเที่ยว (หมวดสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม)

  • สมาชิกที่มีการรับประกันของสมาคมบริษัทส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JATA)
  • ชื่อบริษัท บริษัท ฮังคิวทราเวล จำกัด

บทที่ 1 ทั่วไป

(ขอบเขตการบังคับใช้)

ข้อ1 ให้สัญญาระหว่างบริษัทฯและผู้เดินทางเกี่ยวกับการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม (ต่อไปนี้เรียกว่า สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม) เป็นไปตามที่กำหนดในข้อตกลงและเงื่อนไขนี้ สำหรับเนื้อหาที่ไม่มีกำหนดในข้อตกลงและเงื่อนไขนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป
2. กรณีที่บริษัทฯทำสัญญาพิเศษเป็นลายลักษณ์อักษรในขอบเขตที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ทำให้ผู้เดินทางเสียผลประโยชน์ ให้ถือสัญญาพิเศษนั้นเป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามย่อหน้าก่อนหน้านี้

(นิยามของคำศัพท์)

ข้อ2 ในข้อตกลงและเงื่อนไขนี้ การบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมหมายถึง การท่องเที่ยวที่บริษัทฯเป็นผู้วางแผนและดำเนินการ โดยเปิดรับสมัครผู้เดินทางหลังกำหนดสถานที่เป้าหมายของการท่องเที่ยว กำหนดการท่องเที่ยว เนื้อหาบริการเกี่ยวกับการเดินทางหรือการพักแรม รวมถึงค่าบริการท่องเที่ยวที่ผู้เดินทางต้องชำระแก่บริษัทฯ
2. ในข้อตกลงและเงื่อนไขนี้ การท่องเที่ยวในประเทศหมายถึง การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และ การท่องเที่ยวต่างประเทศหมายถึง การท่องเที่ยวอื่น ๆ นอกเหนือจากการท่องเที่ยวในประเทศ
3. ในหมวดนี้ สัญญาผ่านช่องทางสื่อสารหมายถึง สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ที่ทำขึ้นระหว่างบริษัทฯและสมาชิกของบริษัทบัตรเครดิตที่ร่วมมือกับบริษัทฯหรือกับบริษัทตัวแทนจำหน่ายบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมของบริษัทฯ (ต่อไปนี้เรียกว่า บริษัทบัตรเครดิต) ผ่านทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ โทรสาร หรือช่องทางสื่อสารอื่น ๆ โดยที่ผู้เดินทางทราบและยินยอมให้มีการชำระเงินตามกฎของสมาชิกของบริษัทบัตรเครดิตที่ถูกกำหนดไว้ หลังจากวันที่ได้เกิดสิทธิ์การเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ เกี่ยวกับค่าบริการท่องเที่ยวตามสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ฯลฯ ระหว่างบริษัทฯและผู้เดินทางแล้ว และชำระเงินค่าบริการท่องเที่ยวของสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ฯลฯ ตามวิธีที่กำหนดในข้อ 12 ย่อหน้าที่ 2 ข้อ 16 ย่อหน้าที่ 1 ครึ่งหลัง และข้อ 19 ย่อหน้าที่ 2
4. ในหมวดนี้ การอนุมัติอิเล็กทรอนิกส์หมายถึง การแจ้งอนุมัติการยื่นขอทำสัญญาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิธีใดวิธีหนึ่ง โดยส่งข้อมูลผ่านสายสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อระหว่างเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องโทรสาร เครื่องโทรเลข หรือเครื่องโทรศัพท์ (ต่อไปนี้เรียกว่า เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์) ที่บริษัทฯหรือบริษัทตัวแทนจำหน่ายบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมของบริษัทฯใช้งาน และเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้เดินทางใช้งาน
5. ในข้อตกลงและเงื่อนไขนี้ วันใช้งานบัตรเครดิตหมายถึง วันที่ผู้เดินทางหรือบริษัทฯเกิดพันธะผูกพันในการชำระหรือชำระคืนเงินค่าบริการท่องเที่ยวตามสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ฯลฯ

(รายละเอียดสัญญาท่องเที่ยว)

ข้อ3 บริษัทฯรับหน้าที่จัดหาและจัดการรายละเอียดการท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถรับบริการระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ และบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอื่น ๆ (ต่อไปนี้เรียกว่า บริการท่องเที่ยว) ที่จะให้การเดินทาง การพักแรม ฯลฯ ได้ตามรายละเอียดการท่องเที่ยวที่กำหนดโดยบริษัทฯ ตามสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม

(ตัวแทนการจัดหา)

ข้อ4 บริษัทฯอาจให้บริษัทธุรกิจการท่องเที่ยวอื่น ผู้มีอาชีพการจัดหา หรือผู้ช่วยอื่น ๆ ภายในประเทศญี่ปุ่นหรือภายนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวแทนในการจัดหาทั้งหมดหรือบางส่วน ในการดำเนินการตามสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม

บทที่ 2 การทำสัญญา

(การยื่นขอทำสัญญา)

ข้อ5 ผู้เดินทางที่จะยื่นขอทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมกับบริษัทฯ ต้องกรอกข้อมูลที่กำหนดในใบสมัครที่บริษัทฯกำหนด (ต่อไปนี้เรียกว่า ใบสมัคร) และยื่นใบสมัครดังกล่าวพร้อมชำระเงินค่าสมัครแก่บริษัทฯตามจำนวนที่บริษัทฯได้กำหนดไว้
2. ผู้เดินทางที่จะยื่นขอทำสัญญาผ่านช่องทางสื่อสาร ต้องแจ้งชื่อบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม วันออกเดินทาง หมายเลขสมาชิก และข้อมูลอื่น ๆ (ในข้อต่อไปนี้เรียกว่า หมายเลขสมาชิกฯ) แก่บริษัทฯ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้
3. ค่าสมัครที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ถือเป็นส่วนหนึ่งของ ค่าบริการท่องเที่ยว หรือค่าธรรมเนียมการยกเลิกหรือค่าปรับกรณีผิดสัญญา
4. ในการเข้าร่วมบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ผู้เดินทางที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ กรุณาแจ้งในขณะยื่นขอทำสัญญา ในกรณีนี้ บริษัทฯจะตอบสนองในขอบเขตที่สามารถกระทำได้
5. สำหรับกรณีที่มีการแจ้งตามที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองดังกล่าวที่บริษัทฯมีต่อผู้เดินทาง

(การจองผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์)

ข้อ6 บริษัทฯรับจองสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมผ่านทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ โทรสาร และช่องทางสื่อสารอื่น ๆ ในกรณีนี้ สัญญาจะยังไม่มีผลบังคับใช้ หลังจากที่บริษัทฯได้แจ้งอนุมัติการจองแล้ว ผู้เดินทางต้องยื่นใบสมัครและค่าสมัคร หรือแจ้งหมายเลขสมาชิกฯ ตามข้อก่อนหน้านี้ ย่อหน้าที่ 1 หรือย่อหน้าที่ 2 ภายในระยะเวลาที่บริษัทฯกำหนด
2. เมื่อมีการยื่นใบสมัครและค่าสมัคร หรือแจ้งหมายเลขสมาชิกฯตามที่กำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้แล้ว จะถือเอาอันดับการรับจองเป็นอันดับการทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม
3. หากผู้เดินทางไม่ยื่นใบสมัครและค่าสมัคร หรือไม่แจ้งหมายเลขสมาชิกฯภายในระยะเวลาที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 แล้ว จะถือให้การจองนั้นเป็นโมฆะ

(การปฏิเสธการทำสัญญา)

ข้อ7 ในกรณีต่อไปนี้ บริษัทฯอาจปฏิเสธการทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม
  (1) เมื่อมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการสมัครที่บริษัทฯได้แจ้งไว้ เช่น เพศ อายุ สิทธิ์ ความสามารถ ฯลฯ
  (2) เมื่อจำนวนผู้เดินทางที่สมัครมีไม่ถึงจำนวนที่ต้องการรับสมัคร
  (3) เมื่อผู้เดินทางอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เดินทางท่านอื่น หรืออาจขัดขวางความราบรื่นในการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ
  (4) เมื่อผู้เดินทางไม่สามารถชำระเงินบางส่วนหรือทั้งหมดของค่าบริการท่องเที่ยว ฯลฯ ตามกฎของบริษัทบัตรเครดิต เนื่องจากบัตรใช้ไม่ได้ ฯลฯ ในการทำสัญญาผ่านช่องทางสื่อสาร
  (5) เมื่อพบว่าผู้เดินทางเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง เป็นผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง มีกิจการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง เป็นผู้มีอิทธิพล หรือมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม
  (6) เมื่อผู้เดินทางมีพฤติกรรมที่มีความรุนแรงต่อบริษัทฯ ใช้กำลังข่มขู่ เรียกร้องอย่างไม่สมเหตุผล คุกคามการดำเนินกิจการด้วยวาจาหรือการกระทำ หรือมีพฤติกรรมอื่นใดอันใกล้เคียงกับที่ระบุข้างต้น
  (7) เมื่อผู้เดินทางสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือหรือกิจการของบริษัทฯ โดยการสร้างข่าวอันเป็นเท็จเกี่ยวกับบริษัทฯ หลอกลวงหรือข่มขู่ หรือมีพฤติกรรมอื่นใดอันใกล้เคียงกับที่ระบุข้างต้น
  (8) เมื่อมีเหตุผลอื่นอันเกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทฯ

(เวลาที่สัญญามีผลบังคับใช้)

ข้อ8 สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมจะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทฯอนุมัติการทำสัญญา และได้รับค่าสมัครตามที่ระบุในข้อ 5 ย่อหน้าที่ 1
2. สัญญาผ่านช่องทางสื่อสารจะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทฯแจ้งอนุมัติการทำสัญญา และไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้ แต่หากเป็นการแจ้งอนุมัติอิเล็กทรอนิกส์ ให้สัญญามีผลบังคับใช้ในวันที่การแจ้งดังกล่าวไปถึงผู้เดินทาง

(การออกหนังสือสัญญา)

ข้อ9 บริษัทฯจะออกเอกสารที่ระบุกำหนดการท่องเที่ยว รายละเอียดของบริการท่องเที่ยว ค่าบริการท่องเที่ยว เงื่อนไขการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมถึงรายการเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบริษัทฯ (ต่อไปนี้เรียกว่า หนังสือสัญญา) ให้แก่ผู้เดินทางโดยเร็วหลังจากสัญญามีผลบังคับใช้ตามที่กำหนดในข้อก่อนหน้านี้
2. ขอบเขตของบริการท่องเที่ยวที่บริษัทฯจะรับผิดชอบจัดหาและจัดการรายละเอียดการท่องเที่ยวตามข้อผูกพันของสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม เป็นไปตามที่ระบุในหนังสือสัญญาในย่อหน้าก่อนหน้านี้

(หนังสือยืนยัน)

ข้อ10 กรณีที่ไม่สามารถระบุกำหนดการ การเดินทางหรือชื่อที่พักที่แน่นอนในหนังสือสัญญาที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ของข้อก่อนหน้านี้ได้ จะออกหนังสือสัญญาโดยยกตัวอย่างชื่อระบบขนส่งที่สำคัญและที่พักที่มีแผนจะไปเข้าพักในหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อน แล้วจึงออกเอกสารที่ระบุการยืนยันข้อมูลดังกล่าว (ต่อไปนี้เรียกว่า หนังสือยืนยัน) ก่อนวันออกเดินทางเป็นจำนวนวันไม่น้อยกว่าที่ระบุในหนังสือสัญญาดังกล่าว (สำหรับการยื่นขอทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมก่อนวันออกเดินทาง 7 วันหรือน้อยกว่า จะออกหนังสือยืนยันในวันออกเดินทาง)
2. สำหรับกรณีที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ หากมีการติดต่อสอบถามจากผู้เดินทางว่ามีความประสงค์ที่จะตรวจสอบสถานะการจัดหา บริษัทฯจะตอบโดยเร็วและเหมาะสม แม้จะยังไม่ออกหนังสือยืนยันก็ตาม
3. กรณีที่ออกหนังสือยืนยันตามย่อหน้าที่ 1 ขอบเขตของบริการท่องเที่ยวที่บริษัทฯจะรับผิดชอบจัดหาและจัดการรายละเอียดการท่องเที่ยวตามย่อหน้าที่ 2 ของข้อก่อนหน้านี้ จะถูกระบุในหนังสือยืนยันดังกล่าว

(วิธีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)

ข้อ11 ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งรายละเอียดที่ควรระบุในเอกสาร หนังสือสัญญาหรือหนังสือยืนยัน ซึ่งระบุกำหนดการท่องเที่ยว รายละเอียดของบริการท่องเที่ยว ค่าบริการท่องเที่ยว และเงื่อนไขการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมถึงรายการเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบริษัทฯ (ต่อไปในข้อนี้ เรียกว่า รายละเอียดเอกสาร) ให้แก่ผู้เดินทางแทนการออกเอกสารดังกล่าวในการทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม โดยได้รับการยินยอมจากผู้เดินทางก่อนแล้วนั้น บริษัทฯจะตรวจสอบว่ารายละเอียดเอกสารได้ถูกบันทึกในไฟล์ที่จัดเก็บอยู่ในอุปกรณ์สื่อสารที่ผู้เดินทางใช้งานอยู่
2. สำหรับกรณีที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ หากไม่สามารถจัดเก็บไฟล์สำหรับบันทึกรายละเอียดเอกสารในอุปกรณ์สื่อสารที่ผู้เดินทางใช้งาน บริษัทฯจะบันทึกรายละเอียดเอกสารในไฟล์ (เฉพาะสำหรับผู้เดินทางดังกล่าวเท่านั้น) ที่จัดเก็บในอุปกรณ์สื่อสารที่บริษัทฯใช้ และตรวจสอบว่าผู้เดินทางได้อ่านรายละเอียดเอกสารนั้นแล้ว

(ค่าบริการท่องเที่ยว)

ข้อ12 ผู้เดินทางต้องชำระค่าบริการท่องเที่ยวเป็นจำนวนเงินตามที่ระบุในหนังสือสัญญาให้แก่บริษัทฯ ก่อนวันออกเดินทางเป็นจำนวนวันตามที่ระบุในหนังสือสัญญา
2. สำหรับการทำสัญญาผ่านช่องทางสื่อสาร บริษัทฯจะรับการชำระค่าบริการท่องเที่ยวเป็นจำนวนเงินตามที่ระบุในหนังสือสัญญาผ่านใบเสร็จเฉพาะจากบัตรของบริษัทบัตรเครดิตโดยไม่ใช้ลายมือชื่อผู้เดินทาง ทั้งนี้ ให้วันใช้งานบัตรเครดิตเป็นวันที่สัญญาท่องเที่ยวมีผลบังคับใช้

บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงสัญญา

(การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญา)

ข้อ13 บริษัทฯอาจเปลี่ยนแปลงกำหนดการท่องเที่ยว เนื้อหาบริการท่องเที่ยว และเนื้อหาสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมอื่น ๆ (ต่อไปนี้เรียกว่า เนื้อหาสัญญา) หากเกิดปัญหาทางภัยธรรมชาติ สงคราม จลาจล การยกเลิกการให้บริการของระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ มีคำสั่งจากทางการ การให้บริการขนส่งที่ไม่เป็นไปตามแผนการเดินทางเดิม หรือมีเหตุผลอื่นใดที่บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเมื่อคำนึงถึงการท่องเที่ยวอย่างราบรื่นและปลอดภัยแล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง โดยจะแจ้งเหตุผลว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ พร้อมทั้งอธิบายสาเหตุของเรื่องดังกล่าวต่อผู้เดินทางโดยเร็ว ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่เลี่ยงไม่ได้ จะอธิบายหลังจากเปลี่ยนแปลงแล้ว

(การเปลี่ยนแปลงค่าบริการท่องเที่ยว)

ข้อ14 หากราคาค่าโดยสารหรือค่าธรรมเนียมของระบบขนส่งที่ใช้ในการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม (ต่อไปในข้อนี้ เรียกว่า ค่าโดยสาร) เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากสถานะทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ทำให้เมื่อเทียบกับค่าโดยสารในขณะที่รับสมัครการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมแล้ว มีมูลค่าสูงขึ้นหรือต่ำลงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก บริษัทฯสามารถปรับเพิ่มหรือลดค่าบริการท่องเที่ยวในขอบเขตที่จำนวนเงินเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้น
2. กรณีที่บริษัทฯปรับเพิ่มค่าบริการท่องเที่ยวตามที่กำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้ บริษัทฯจะแจ้งการปรับเพิ่มดังกล่าวให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนวันออกเดินทาง
3. กรณีที่มีการปรับลดค่าโดยสารตามที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 บริษัทฯจะปรับลดค่าบริการท่องเที่ยวตามที่กำหนดในย่อหน้าเดียวกันนั้น เป็นจำนวนเท่ากับค่าโดยสารที่ถูกปรับลด
4. บริษัทฯอาจเปลี่ยนแปลงค่าบริการท่องเที่ยวในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญาตามที่กำหนดในข้อก่อนหน้านี้ และทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการท่องเที่ยว (รวมค่าธรรมเนียมการยกเลิก ค่าปรับกรณีผิดสัญญา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ได้ชำระไปแล้วหรือต้องชำระต่อจากนั้น ที่มีต่อบริการท่องเที่ยวในส่วนที่ไม่ได้รับบริการเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญาดังกล่าว) ยกเว้นกรณีที่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกิดจากการให้บริการท่องเที่ยวปกติทั้งระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ แต่มีปริมาณที่นั่งว่างหรือห้องว่างไม่เพียงพอ
5. กรณีที่มีการระบุในหนังสือสัญญาว่าค่าบริการท่องเที่ยวสำหรับระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ จะเปลี่ยนแปลงตามจำนวนผู้เดินทาง และมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้เดินทางหลังจากสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมมีผลบังคับใช้แล้ว โดยไม่ได้มีสาเหตุที่ควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัทฯ บริษัทฯอาจเปลี่ยนแปลงค่าบริการท่องเที่ยวตามที่ระบุในหนังสือสัญญาดังกล่าว

(การเปลี่ยนผู้เดินทาง)

ข้อ15 ผู้เดินทางที่ทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมกับบริษัทฯ สามารถถ่ายโอนสิทธิ์ตามสัญญาให้บุคคลที่สามได้ หลังจากได้รับอนุมัติจากบริษัทฯ
2. ในการขออนุมัติจากบริษัทฯตามที่กำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้ ผู้เดินทางต้องกรอกข้อมูลที่กำหนดในเอกสารที่บริษัทฯกำหนด และยื่นให้แก่บริษัทฯพร้อมชำระค่าบริการเป็นจำนวนเงินตามที่กำหนด
3. การส่งมอบสิทธิ์และพันธะผูกพันตามย่อหน้าที่ 1 ให้มีผลบังคับใช้ได้เมื่อบริษัทฯอนุมัติ หลังจากนั้น ให้บุคคลที่สามที่รับถ่ายโอนสิทธิ์ตามสัญญาท่องเที่ยวเป็นผู้รับช่วงสิทธิ์และพันธะผูกพันทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมของผู้เดินทาง

บทที่ 4 การยกเลิกสัญญา

(สิทธิ์การยกเลิกของผู้เดินทาง)

ข้อ16 ผู้เดินทางสามารถยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมได้ทุกเมื่อ โดยชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกตามที่กำหนดในตารางแนบที่ 1 บริษัทฯจะหักค่าธรรมเนียมการยกเลิกผ่านใบเสร็จเฉพาะจากบัตรของบริษัทบัตรเครดิตโดยไม่ใช้ลายมือชื่อผู้เดินทาง
2. สำหรับกรณีต่อไปนี้ ผู้เดินทางสามารถยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมก่อนเดินทางได้โดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิก และไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้
  (1) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญาโดยบริษัทฯ เฉพาะการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่มีความสำคัญตามที่ระบุในช่องบนของตารางแนบที่ 2 หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอื่นใด
  (2) เมื่อมีการเพิ่มค่าบริการท่องเที่ยวตามที่กำหนดในข้อ 14 ย่อหน้าที่ 1
  (3) เมื่อมีปัญหาทางภัยธรรมชาติ สงคราม จลาจล การยกเลิกการให้บริการของระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ มีคำสั่งจากทางการหรือมีเหตุผลอื่นใด ซึ่งทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย หรือมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่สามารถทำได้
  (4) เมื่อบริษัทฯไม่ออกหนังสือยืนยันให้ผู้เดินทางภายในวันที่กำหนดในข้อ 10 ย่อหน้าที่ 1
  (5) เมื่อไม่สามารถจัดการท่องเที่ยวตามกำหนดการที่ระบุในหนังสือสัญญา โดยมีสาเหตุที่ควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัทฯ
3. ผู้เดินทางสามารถยกเลิกสัญญาในส่วนที่ไม่สามารถรับบริการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิก หากหลังออกเดินทางแล้วไม่สามารถรับบริการท่องเที่ยวตามที่ระบุในหนังสือสัญญาได้โดยไม่ได้มีสาเหตุที่ควรเป็นความรับผิดชอบของผู้เดินทาง หรือเมื่อมีการแจ้งเรื่องดังกล่าวจากบริษัทฯ และไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในย่อหน้าที่ 1
4. สำหรับกรณีที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ บริษัทฯจะชำระเงินตามส่วนที่ไม่สามารถรับบริการท่องเที่ยวคืนให้แก่ผู้เดินทาง แต่หากกรณีดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุที่ควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัทฯ จะชำระคืนเงินให้แก่ผู้เดินทางหลังหักค่าธรรมเนียมการยกเลิก ค่าปรับกรณีผิดสัญญา รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ได้ชำระไปแล้วหรือต้องชำระหลังจากนั้น

(สิทธิ์การยกเลิกของบริษัทฯ - การยกเลิกก่อนออกเดินทาง)

ข้อ17 ในกรณีต่อไปนี้ บริษัทฯจะอธิบายเหตุผลต่อผู้เดินทาง และอาจยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมก่อนออกเดินทาง
  (1) เมื่อพบว่าผู้เดินทางมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการสมัครที่บริษัทฯได้แจ้งไว้ เช่น เพศ อายุ สิทธิ์ ความสามารถ ฯลฯ
  (2) เมื่อพบว่าผู้เดินทางป่วย ไม่มีผู้ดูแลตามที่จำเป็น หรือเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถทนต่อการเดินทางได้
  (3) เมื่อพบว่าผู้เดินทางอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เดินทางท่านอื่น หรืออาจขัดขวางความราบรื่นในการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ
  (4) เมื่อผู้เดินทางเรียกร้องในสิ่งที่เกินขอบเขตของความเหมาะสมเกี่ยวกับเนื้อหาสัญญา
  (5) เมื่อจำนวนผู้เดินทางมีไม่ถึงจำนวนน้อยสุดที่จะจัดบริการท่องเที่ยวตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญา
  (6) เมื่อมีความเป็นไปได้สูงที่เงื่อนไขการดำเนินการท่องเที่ยวอาจไม่เป็นไปตามที่แจ้งไว้ในขณะทำสัญญา เช่น มีปริมาณหิมะไม่เพียงพอต่อการท่องเที่ยวที่มีการเล่นสกีเป็นวัตถุประสงค์ ฯลฯ
  (7) เมื่อมีปัญหาทางภัยธรรมชาติ สงคราม จลาจล การยกเลิกการให้บริการของระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ มีคำสั่งจากทางการหรือมีเหตุผลอื่นใดที่บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งทำให้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยตามกำหนดการที่ระบุในหนังสือสัญญา หรือมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่สามารถทำได้
  (8) เมื่อผู้เดินทางไม่สามารถชำระเงินบางส่วนหรือทั้งหมดของค่าบริการท่องเที่ยว ฯลฯ ตามกฎของบริษัทบัตรเครดิต เนื่องจากบัตรใช้ไม่ได้ ฯลฯ หลังทำสัญญาผ่านช่องทางสื่อสาร
  (9) เมื่อพบว่าผู้เดินทางเป็นผู้มีพฤติกรรมหรือคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในข้อ 7 (5) - (7)
2. หากผู้เดินทางไม่ชำระค่าบริการท่องเที่ยวภายในวันที่ระบุในหนังสือสัญญาข้อ 12 ย่อหน้าที่ 1 จะถือว่าผู้เดินทางยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ในกรณีนี้ ผู้เดินทางต้องชำระค่าปรับกรณีผิดสัญญาตามจำนวนค่าธรรมเนียมการยกเลิกที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ของข้อก่อนหน้านี้
3. กรณีที่บริษัทฯจะยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมด้วยเหตุผลตามย่อหน้าที่ 1 (5) บริษัทฯจะแจ้งการยกเลิกดังกล่าวให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า 13 วัน สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ (3 วัน สำหรับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ) หรือล่วงหน้า 23 วัน สำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ (33 วัน สำหรับการท่องเที่ยวที่ออกเดินทางช่วงฤดูท่องเที่ยว ตามที่กำหนดในตารางแนบที่ 1) โดยนับวันก่อนวันออกเดินทางเป็นวันที่ หนึ่ง

(สิทธิ์การยกเลิกของบริษัทฯ - ยกเลิกหลังออกเดินทาง)

ข้อ18 ในกรณีต่อไปนี้ บริษัทฯจะอธิบายเหตุผลต่อผู้เดินทาง และอาจยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมบางส่วนหลังออกเดินทางแล้ว
  (1) เมื่อพบว่าผู้เดินทางป่วย ไม่มีผู้ดูแลตามที่จำเป็น หรือเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถทนต่อการเดินทางต่อไปได้
  (2) เมื่อผู้เดินทางขัดขวางการท่องเที่ยวอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อการท่องเที่ยวอย่างราบรื่นและปลอดภัยของมัคคุเทศก์หรือบุคคลอื่น ไม่ปฏิบัติตามกฎการดำเนินการเป็นหมู่คณะ เช่น การใช้กำลัง ข่มขู่ ฯลฯ ต่อผู้เดินทางท่านอื่น มัคคุเทศก์หรือบุคคลอื่น ฯลฯ
  (3) เมื่อพบว่าผู้เดินทางเป็นผู้มีพฤติกรรมหรือคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในข้อ 7 (5) - (7)
  (4) เมื่อไม่สามารถดำเนินการท่องเที่ยวต่อได้เนื่องจากปัญหาทางภัยธรรมชาติ สงคราม จลาจล การยกเลิกการให้บริการของระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ มีคำสั่งจากทางการหรือมีเหตุผลอื่นใดที่บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้
2. กรณีที่บริษัทฯจะยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมตามที่กำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้ จะเป็นการยกเลิกพันธะผูกพันระหว่างบริษัทฯและผู้เดินทางในอนาคตเท่านั้น ในกรณีนี้จะถือว่าบริการท่องเที่ยวที่ผู้เดินทางได้รับไปแล้วเป็นการตอบแทนที่เหมาะสมตามภาระหน้าที่ของบริษัทฯ
3. สำหรับกรณีที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ บริษัทฯจะชำระเงินตามส่วนที่ผู้เดินทางยังไม่ได้รับบริการท่องเที่ยวคืนให้แก่ผู้เดินทาง หลังหักค่าธรรมเนียมการยกเลิก ค่าปรับกรณีผิดสัญญา รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ได้ชำระไปแล้วหรือต้องชำระหลังจากนั้น

(การคืนเงินค่าบริการท่องเที่ยว)

ข้อ19 กรณีที่บริษัทฯปรับลดค่าบริการท่องเที่ยวตามที่กำหนดในข้อ 14 ย่อหน้าที่ 3 - 5 หรือยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมตามที่กำหนดใน 3 ข้อก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดจำนวนเงินที่ต้องชำระคืนแก่ผู้เดินทาง บริษัทฯจะชำระคืนเงินจำนวนดังกล่าวภายใน 7 วันนับจากวันถัดจากวันที่ยกเลิกสัญญา สำหรับการยกเลิกก่อนออกเดินทาง และจะชำระคืนภายใน 30 วันนับจากวันถัดจากวันสิ้นสุดการท่องเที่ยวตามที่ระบุในหนังสือสัญญา สำหรับการปรับลดหรือยกเลิกหลังออกเดินทางแล้ว
2. กรณีที่ทำสัญญาผ่านช่องทางสื่อสาร และบริษัทฯปรับลดค่าบริการท่องเที่ยวตามที่กำหนดในข้อ 14 ย่อหน้าที่ 3 - 5 หรือยกเลิกสัญญาผ่านช่องทางสื่อสารตามที่กำหนดใน 3 ข้อก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดจำนวนเงินที่ต้องชำระคืนแก่ผู้เดินทาง บริษัทฯจะชำระคืนเงินจำนวนดังกล่าวตามข้อกำหนดสมาชิกบัครของบริษัทบัตรเครดิต โดยจะแจ้งยอดการชำระคืนให้ผู้เดินทางทราบภายใน 7 วันนับจากวันถัดจากวันที่ยกเลิกสัญญา สำหรับการยกเลิกก่อนออกเดินทาง และจะแจ้งยอดการชำระคืนภายใน 30 วันนับจากวันถัดจากวันสิ้นสุดการท่องเที่ยวตามที่ระบุในหนังสือสัญญา สำหรับการปรับลดหรือยกเลิกหลังออกเดินทางแล้ว และให้วันที่แจ้งดังกล่าวเป็นวันใช้งานบัตรเครดิต
3. ข้อกำหนดใน 2 ย่อหน้าก่อนหน้านี้ ไม่ขัดต่อการใช้สิทธิ์เรียกเงินชดเชยความเสียหายของผู้เดินทางและบริษัทฯตามที่ระบุในข้อ 27 และข้อ 30 ย่อหน้าที่ 1

(การเดินทางกลับหลังจากยกเลิกสัญญา)

ข้อ20 กรณีที่บริษัทฯยกเลิกสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมหลังออกเดินทางตามข้อกำหนดในข้อ 18 ย่อหน้าที่ 1 (1) หรือ (4) บริษัทฯจะจัดหาบริการท่องเที่ยวที่จำเป็นสำหรับให้ผู้เดินทางใช้เดินทางกลับไปยังสถานที่ออกเดินทางได้ ตามการร้องขอของผู้เดินทาง
2. สำหรับกรณีที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ออกเดินทางดังกล่าวทั้งหมด

บทที่ 5 สัญญาประเภทกลุ่มบุคคล

(สัญญาประเภทกลุ่มบุคคล)

ข้อ21 กรณีที่มีผู้เดินทางมากกว่าหนึ่งคนทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมเพื่อเดินทางในโปรแกรมท่องเที่ยวเดียวกันในเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้เดินทางนั้นต้องเลือกตัวแทนทำหน้าที่รับผิดชอบทั้งหมด (ต่อไปนี้เรียกว่า ผู้รับผิดชอบสัญญา) และบริษัทฯจะบังคับใช้ข้อกำหนดในบทนี้ต่อการทำสัญญาดังกล่าว

(ผู้รับผิดชอบสัญญา)

ข้อ22 บริษัทฯจะถือว่าผู้รับผิดชอบสัญญาเป็นตัวแทนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดในการทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมของสมาชิกในกลุ่มที่ร่วมทำสัญญานั้น (ต่อไปนี้เรียกว่า ผู้ร่วมทำสัญญา) และจะดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่อกลุ่มนั้นผ่านผู้รับผิดชอบสัญญาดังกล่าว ยกเว้นกรณีที่ทำสัญญาพิเศษอื่น ๆ
  2. ผู้รับผิดชอบสัญญาต้องส่งรายชื่อผู้ร่วมทำสัญญาให้บริษัทฯ ภายในวันที่บริษัทฯกำหนด
  3. บริษัทฯไม่รับผิดชอบใด ๆ ในหนี้สินหรือภาระผูกพันของผู้รับผิดชอบสัญญาที่มีต่อผู้ร่วมทำสัญญา ทั้งในปัจจุบันและที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
  4. หากผู้รับผิดชอบสัญญาไม่เดินทางร่วมกับกลุ่ม บริษัทฯจะถือเอาผู้ร่วมทำสัญญาที่ผู้รับผิดชอบสัญญาเลือกไว้เป็นผู้รับผิดชอบสัญญาต่อไป

บทที่ 6 การจัดการรายละเอียดการท่องเที่ยว

( การจัดการรายละเอียดการท่องเที่ยว)

ข้อ23 บริษัทฯจะปฏิบัติตามหน้าที่ที่ระบุต่อไปนี้ เพื่อพยายามรักษาความปลอดภัยของผู้เดินทางและการดำเนินการท่องเที่ยวอย่างราบรื่น ยกเว้นกรณีที่บริษัทฯทำสัญญาพิเศษขึ้นเพิ่มเติมกับผู้เดินทาง
(1) เมื่อพบว่าผู้เดินทางอาจไม่สามารถรับบริการท่องเที่ยวระหว่างการท่องเที่ยว บริษัทฯจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้ผู้เดินทางสามารถได้รับบริการอย่างแน่นอนตามที่ระบุไว้ในสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม
(2) แม้จะดำเนินการตามที่ระบุใน (1) ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม หากมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญา บริษัทฯจะจัดหาบริการทดแทน ในกรณีนี้ บริษัทฯจะพยายามให้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสัญญาให้น้อยที่สุด เช่น หากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการท่องเที่ยว จะพยายามให้กำหนดการใหม่มีเนื้อหาเทียบเท่ากำหนดการเดิม อีกทั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบริการท่องเที่ยว จะพยายามให้บริการท่องเที่ยวใหม่มีเนื้อหาเช่นเดียวกับบริการท่องเที่ยวเดิม ฯลฯ

คำแนะนำของบริษัทฯ

ข้อ24 ผู้เดินทางต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทฯ ตั้งแต่ออกเดินทางจนสิ้นสุดการท่องเที่ยว เพื่อการดำเนินการท่องเที่ยวอย่างราบรื่นและปลอดภัย ในการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ

(หน้าที่ของมัคคุเทศก์)

ข้อ25 บริษัทฯอาจมอบหมายให้มัคคุเทศก์หรือบุคคลอื่นร่วมเดินทางไปด้วยตามรายละเอียดการท่องเที่ยว และให้รับผิดชอบหน้าที่ตามที่ระบุในข้อ 23 และหน้าที่อื่นทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งที่บริษัทฯเห็นว่าจำเป็นในการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม
2. ตามกฎแล้วให้การปฏิบัติงานที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ของมัคคุเทศก์หรือบุคคลอื่นที่ระบุในย่อหน้าเดียวกันนั้นเป็นตั้งแต่ 8:00 น. ถึง 20:00 น.

(มาตรการการป้องกัน)

ข้อ26 บริษัทฯจะดำเนินการที่จำเป็นเมื่อพบว่าผู้เดินทางป่วย ได้รับบาดเจ็บ ฯลฯ ระหว่างท่องเที่ยว ในกรณีนี้ หากไม่ได้มีสาเหตุที่ควรเป็นความรับผิดชอบของบริษัทฯ ผู้เดินทางจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำเนินการดังกล่าว และผู้เดินทางต้องชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวด้วยวิธีที่บริษัทฯกำหนด ภายในวันที่บริษัทฯกำหนด

บทที่ 7 ความรับผิดชอบ

(ความรับผิดชอบของบริษัทฯ)

ข้อ27 หลังจากที่สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมมีผลบังคับใช้ หากบริษัทฯหรือผู้ที่บริษัทฯมอบหมายให้จัดหาแทนตามที่ระบุในข้อ 4 (ต่อไปนี้เรียกว่า ผู้จัดหาแทน) กระทำการโดยประมาทหรือเจตนา ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อผู้เดินทาง บริษัทฯจะชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้กับผู้เดินทาง ทั้งนี้ ข้อกำหนดนี้จะมีผลต่อเมื่อมีการแจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบริษัทฯภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่เกิดความเสียหายเท่านั้น
2. บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดจากปัญหาทางภัยธรรมชาติ สงคราม จลาจล การยกเลิกการให้บริการของระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ มีคำสั่งจากทางการ หรือมีเหตุผลอื่นใดที่บริษัทฯหรือผู้จัดหาแทนไม่สามารถควบคุมได้
3. ในกรณีที่สัมภาระได้รับความเสียหายตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 1 ผู้เดินทางสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ โดยแจ้งให้บริษัทฯทราบภายใน 14 วันสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ และภายใน 21 วันสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยนับจากวันถัดจากวันเกิดเหตุ ผู้เดินทางจะได้รับค่าเสียหายไม่เกิน 150,000 เยนต่อคน (ยกเว้นกรณีที่ความเสียหายนั้นเกิดจากความประมาทอันรุนแรงหรือเจตนาของบริษัทฯ)

(การชดเชยในกรณีพิเศษ)

ข้อ28 ไม่ว่าจะเกิดความรับผิดชอบของบริษัทฯตามที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 ของข้อก่อนหน้านี้หรือไม่ได้ก็ตาม หากผู้เดินทางได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ระหว่างการเข้าร่วมการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ผู้เดินทางจะได้รับเงินชดเชยและเงินชดเชยการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในจำนวนที่กำหนดไว้ ตามเอกสารแนบเกี่ยวกับระเบียบว่าด้วยการชดเชยในกรณีพิเศษ
2. กรณีที่บริษัทฯต้องรับผิดชอบความเสียหายที่ระบุในย่อหน้าก่อนหน้านี้ตามที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 ของข้อก่อนหน้านี้ จะถือว่าจำนวนเงินชดเชยในย่อหน้าก่อนหน้านี้ที่บริษัทฯควรชำระขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบนั้น ๆ เป็นเงินชดเชยความเสียหายดังกล่าว โดยมีขอบเขตจำนวนเงินชดเชยความเสียหายที่ควรชำระตามความรับผิดชอบนั้น
3. ในกรณีที่กำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้ หน้าที่การชำระเงินชดเชยของบริษัทฯตามที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 จะปรับลดเท่าจำนวนเงินชดเชยความเสียหายที่บริษัทฯควรชำระตามที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 ของข้อก่อนหน้านี้ (นับรวมเงินชดเชยที่ถือเป็นเงินชดเชยความเสียหายตามที่กำหนดในย่อหน้าก่อนหน้านี้ด้วย)
4. การบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมของบริษัทฯที่เก็บค่าบริการท่องเที่ยวเพิ่มเติมสำหรับผู้เดินทางที่อยู่ระหว่างเข้าร่วมการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมของบริษัทฯ จะถือเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมหลัก

(การประกันรายละเอียดการท่องเที่ยว)

ข้อ29 ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเนื้อหาสัญญาที่ระบุในช่องบนของตารางแนบที่ 2 (ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้ (ยกเว้นกรณีของการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการที่มีปริมาณที่นั่งว่าง ห้องว่างหรืออุปกรณ์อื่นไม่เพียงพอ ในการให้บริการท่องเที่ยวปกติทั้งระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ)) บริษัทฯจะชำระเงินชดเชยการเปลี่ยนแปลงเป็นจำนวนเงินตามอัตราส่วนที่ระบุในช่องล่างของตารางเดียวกันนั้นต่อค่าบริการท่องเที่ยว โดยจะชำระภายใน 30 วันนับจากวันถัดจากวันสิ้นสุดการท่องเที่ยว ยกเว้นกรณีที่พบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากความรับผิดชอบของบริษัทฯตามที่กำหนดในข้อ 27 ย่อหน้าที่ 1
  (1) การเปลี่ยนแปลงที่มีสาเหตุจากสิ่งต่อไปนี้
  •   (a) ภัยธรรมชาติ
  •   (b) สงคราม
  •   (c) จลาจล
  •   (d) คำสั่งจากทางการ
  •   (e) การยกเลิกการให้บริการท่องเที่ยวของระบบขนส่ง ที่พัก ฯลฯ
  •   (f) การให้บริการขนส่งที่ไม่เป็นไปตามแผนการเดินทางเดิม
  •   (g) มาตรการที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยของชีวิตและร่างกายของผู้เดินทาง
  (2) การเปลี่ยนแปลงสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมในส่วนที่มีการยกเลิกสัญญาดังกล่าวตามที่กำหนดในข้อ 16 ถึง ข้อ 18
2. กำหนดให้จำนวนเงินชดเชยการเปลี่ยนแปลงสูงสุดที่บริษัทฯควรชำระมีขอบเขตอยู่ที่จำนวนเงินคูณด้วยอัตราส่วนที่บริษัทกำหนดตั้งแต่ 15% ขึ้นไปของค่าบริการท่องเที่ยวต่อผู้เดินทาง 1 คนต่อ 1 การบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม และจะไม่ชำระเงินชดเชยดังกล่าว หากเงินชดเชยการเปลี่ยนแปลงที่ต้องชำระต่อผู้เดินทาง 1 คนต่อ 1 การบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมมีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 เยน
3. กรณีที่บริษัทฯชำระเงินชดเชยการเปลี่ยนแปลงตามที่กำหนดในย่อหน้าที่ 1 แล้ว และพบว่ามีความรับผิดชอบของบริษัทฯตามที่กำหนดในข้อ 27 ย่อหน้าที่ 1 ในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้เดินทางต้องคืนเงินชดเชยการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อบริษัทฯ ในกรณีนี้ บริษัทฯจะชำระเงินให้แก่ผู้เดินทางโดยคำนวณจากเงินชดเชยความเสียหายที่บริษัทฯควรชำระตามที่กำหนดในข้อเดียวกันนั้น หักลบด้วยเงินชดเชยการเปลี่ยนแปลงที่ผู้เดินทางควรคืนแก่บริษัทฯ

ความรับผิดชอบของผู้เดินทาง

ข้อ30 ข้อ 30 ผู้เดินทางต้องชำระค่าเสียหาย หากผู้เดินทางดังกล่าวกระทำการโดยประมาทหรือเจตนา ทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหาย
2. ในการทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม ผู้เดินทางต้องเข้าใจข้อมูลที่บริษัทฯมอบให้ และพยายามทำความเข้าใจสิทธิ์และหน้าที่ของผู้เดินทาง รวมถึงเนื้อหาอื่นในสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวม
3. ผู้เดินทางต้องแจ้งให้บริษัทฯ ผู้จัดหาแทนบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการท่องเที่ยวทราบโดยเร็ว หากพบว่าบริการท่องเที่ยวที่ได้รับมีความแตกต่างจากหนังสือสัญญาหลังออกเดินทางแล้ว เพื่อให้ได้รับบริการท่องเที่ยวอย่างราบรื่นตามที่ระบุในหนังสือสัญญา

บทที่ 8 เงินประกันการชำระหนี้

(เงินประกันการชำระหนี้)

ข้อ31 บริษัทฯเป็นสมาชิกที่มีการรับประกันของสมาคมบริษัทส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JATA) (ที่อยู่ 3-3-3 คาสุมิกะเซคิ เขตชิโยดะ โตเกียว)
2. ผู้เดินทางที่ทำสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมกับบริษัทฯ หรือผู้ร่วมทำสัญญา สามารถรับเงินประกันการชำระหนี้จากสมาคมบริษัทส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นในย่อหน้าก่อนหน้านี้ ได้สูงสุด 250,000,000 เยน
3. บริษัทฯได้ชำระเงินสมทบเงินประกันการชำระหนี้ต่อสมาคมบริษัทส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นตามที่กำหนดในกฎหมายการท่องเที่ยวมาตรา 22(10) ย่อหน้าที่ 1 จึงไม่ฝากเงินประกันธุรกิจตามมาตรา 7 ย่อหน้าที่ 1 ของกฎหมายเดียวกันนั้น

ตารางแนบที่ 1 ค่าธรรมเนียมการยกเลิก (เกี่ยวกับข้อ 16 ย่อหน้าที่ 1)

  • 1. ค่าธรรมเนียมการยกเลิกการท่องเที่ยวภายในประเทศ
  • ประเภท ค่าธรรมเนียมการยกเลิก
    (1) สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมนอกเหนือจากในย่อหน้าถัดไป
    (a) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 วัน (10 วัน สำหรับการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ) (ยกเว้นกรณีข้อ B. ถึง E.) ไม่เกิน 20% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (b) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 7 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ C. ถึง E.) ไม่เกิน 30% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (c) กรณียกเลิกในวันก่อนวันออกเดินทาง ไม่เกิน 40% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (d) กรณียกเลิกในวันออกเดินทาง (ยกเว้นกรณีข้อ E.) ไม่เกิน 50% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (e) กรณียกเลิกหลังออกเดินทางหรือไม่เข้าร่วมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่เกิน 100% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (2) สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมที่ใช้เรือเหมาลำ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการยกเลิกของเรือดังกล่าว
    เพิ่มเติม: (1) ค่าธรรมเนียมการยกเลิกระบุอยู่ในหนังสือสัญญา
    (2) ในตารางนี้ “หลังออกเดินทาง” หมายถึง ตั้งแต่ “ขณะที่เริ่มรับบริการ” เป็นต้นไป ตามที่กำหนดในเอกสารแนบเกี่ยวกับระเบียบว่าด้วยการชดเชยในกรณีพิเศษ ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 3
  • 2. ค่าธรรมเนียมการยกเลิกการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
  • ประเภท ค่าธรรมเนียมการยกเลิก
    (1) สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมที่ใช้บริการเครื่องบินในการเดินทางเข้าหรือออกประเทศญี่ปุ่น และสัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมที่มีประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานที่ออกเดินทางและสถานที่ปลายทางในการกลับมา (ยกเว้นสัญญาท่องเที่ยวในย่อหน้าต่อไปและในย่อหน้าที่ 3)
    (a) กรณีที่วันออกเดินทางเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว และยกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ B. ถึง D.) ไม่เกิน 10% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (b) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ C. และ D.) ไม่เกิน 20% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (c) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ D.) ไม่เกิน 50% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (d) กรณียกเลิกหลังออกเดินทางหรือไม่เข้าร่วมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่เกิน 100% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (2) สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมที่ใช้เที่ยวบินเหมาลำ
    (a) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 90 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ B. ถึง D.) ไม่เกิน 20% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (b) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ C. และ D.) ไม่เกิน 50% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (c) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 20 วัน (ยกเว้นกรณีข้อ D.) ไม่เกิน 80% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (d) กรณียกเลิกก่อนวันออกเดินทางน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 วัน หรือไม่เข้าร่วมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่เกิน 100% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (3) สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมที่ในกำหนดการท่องเที่ยวมีการเดินทางโดยเรือมากกว่า 3 คืน (ยกเว้นสัญญาท่องเที่ยวในย่อหน้าถัดไป)
    (a) กรณียกเลิกภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อกำหนดของค่าธรรมเนียมการยกเลิก โดยให้วันที่เริ่มเดินทางโดยเรือเป็นวันออกเดินทาง ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของระยะเวลาที่ใช้ในการคำนวณค่าธรรมเนียมการยกเลิกดังกล่าว (ยกเว้นกรณีข้อ B.) [1] หากจำนวนคืนที่พักระหว่างการเดินทางโดยเรือคิดเป็นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปของจำนวนคืนของการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมนั้น (ยกเว้นจำนวนคืนในเครื่องบิน ใน [2] ก็เช่นเดียวกัน)
    ให้คิดอัตราค่าธรรมเนียมการยกเลิกไม่เกินครึ่งหนึ่งของอัตราค่าธรรมเนียมการยกเลิกการเดินทางโดยเรือในช่วงเวลาดังกล่าว
    [2] หากจำนวนคืนที่พักระหว่างการเดินทางโดยเรือมีไม่เกิน 50% ของจำนวนคืนของการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมนั้น
    ให้คิดอัตราค่าธรรมเนียมการยกเลิกไม่เกิน 1 ใน 4 ของอัตราค่าธรรมเนียมการยกเลิกการเดินทางโดยเรือในช่วงเวลาดังกล่าว
    (b) กรณียกเลิกหลังออกเดินทางหรือไม่เข้าร่วมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่เกิน 100% ของค่าบริการท่องเที่ยว
    (4) สัญญาการบริการท่องเที่ยวแบบเหมารวมที่เดินทางเข้าออกประเทศญี่ปุ่นโดยเรือ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการยกเลิกของเรือดังกล่าว
    หมายเหตุ “ช่วงฤดูท่องเที่ยว” หมายถึง ช่วง 20 ธันวาคม ถึง 7 มกราคม / 27 เมษายน ถึง 6 พฤษภาคม / 20 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม
    เพิ่มเติม: (1) ค่าธรรมเนียมการยกเลิกระบุอยู่ในหนังสือสัญญา
      (2) ในตารางนี้ “หลังออกเดินทาง” หมายถึง ตั้งแต่ “ขณะที่เริ่มรับบริการ” เป็นต้นไป ตามที่กำหนดในเอกสารแนบเกี่ยวกับระเบียบว่าด้วยการชดเชยในกรณีพิเศษ ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 3

ตารางแนบที่ 2 เงินชดเชยการเปลี่ยนแปลง (เกี่ยวกับข้อ 29 ย่อหน้า 1)

  • การเปลี่ยนแปลงที่ต้องชำระเงินชดเชย อัตราส่วนต่อ 1 รายการ (%)
    ก่อนออกเดินทาง หลังออกเดินทาง
    1. การเปลี่ยนแปลงวันออกเดินทางหรือวันสิ้นสุดท่องเที่ยวที่ระบุในหนังสือสัญญา 1.5% 3.0%
    2. การเปลี่ยนแปลงสถานที่ท่องเที่ยว (รวมถึงร้านอาหาร) และสถานที่เป้าหมายของการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ระบุในหนังสือสัญญา 1.0% 2.0%
    3. การเปลี่ยนแปลงระดับชั้นหรืออุปกรณ์ของระบบขนส่งเป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าที่ระบุในหนังสือสัญญา (เฉพาะกรณีที่ยอดรวมค่าใช้จ่ายของระดับชั้นหรืออุปกรณ์หลังเปลี่ยนแปลงมีจำนวนต่ำกว่ายอดรวมค่าใช้จ่ายของระดับชั้นหรืออุปกรณ์ที่ระบุในหนังสือสัญญา) 1.0% 2.0%
    4. การเปลี่ยนแปลงประเภทหรือชื่อบริษัทระบบขนส่งที่ระบุในหนังสือสัญญา 1.0% 2.0%
    5. การเปลี่ยนแปลงเป็นเที่ยวบินที่ใช้สนามบินไม่ตรงกับสนามบินภายในประเทศญี่ปุ่นที่จะใช้ออกเดินทางหรือสนามบินในประเทศญี่ปุ่นที่จะเดินทางกลับมาถึงตามที่ระบุในหนังสือสัญญา 1.0% 2.0%
    6. การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินแบบบินตรงในการเดินทางระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่นที่ระบุในหนังสือสัญญาเป็นแบบแวะพักเครื่อง (ทรานซิส) หรือแบบเปลี่ยนเครื่อง (ทรานสเฟอร์) 1.0% 2.0%
    7. การเปลี่ยนแปลงประเภทหรือชื่อของที่พักที่ระบุในหนังสือสัญญา 1.0% 2.0%
    8. การเปลี่ยนแปลงประเภทห้อง อุปกรณ์ วิวทิวทัศน์ หรือเงื่อนไขห้องพักอื่น ๆ ของที่พักที่ระบุในหนังสือสัญญา 1.0% 2.0%
    9. การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ระบุในหัวข้อทัวร์ของหนังสือสัญญา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงตาม 1. – 8. ข้างต้น 2.5% 5.0%
    หมายเหตุ 1: “ก่อนการเดินทาง” หมายถึง กรณีที่แจ้งให้ผู้เดินทางทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวภายในวันก่อนวันออกเดินทาง “หลังออกเดินทาง” หมายถึง กรณีที่แจ้งให้ผู้เดินทางทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในวันออกเดินทางหรือหลังจากนั้น
    หมายเหตุ 2: กรณีที่ออกหนังสือยืนยันให้แล้ว ตารางนี้จะมีผลบังคับใช้โดยให้ “หนังสือยืนยัน” มีผลแทนที่เนื้อหาที่ระบุใน “หนังสือสัญญา” ในกรณีนี้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างเนื้อหาที่ระบุในหนังสือสัญญากับเนื้อหาที่ระบุในหนังสือยืนยัน หรือระหว่างเนื้อหาที่ระบุในหนังสือยืนยันกับเนื้อหาบริการท่องเที่ยวที่ให้บริการจริง จะนับแต่ละการเปลี่ยนแปลงเป็น 1 รายการ
    หมายเหตุ 3: กรณีที่ใช้บริการพักแรมภายในระบบขนส่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตาม 3. หรือ 4. จะนับ 1 คืนเป็น 1 รายการ
    หมายเหตุ 4: ไม่นับรวมกรณีที่เปลี่ยนชื่อบริษัทระบบขนส่งที่ระบุใน 4. ทำให้ต้องเปลี่ยนระดับชั้นหรืออุปกรณ์เป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
    หมายเหตุ 5: กรณีที่การเปลี่ยนแปลงที่ระบุใน 4. 7. หรือ 8. เกิดขึ้นหลายครั้งในการโดยสาร 1 เที่ยวหรือในการเข้าพัก 1 คืน จะนับ 1 เที่ยวหรือ 1 คืนเป็น 1 รายการ
    หมายเหตุ 6: สำหรับการเปลี่ยนแปลงใน 9. จะไม่ใช้อัตราของข้อ 1. – 8. แต่มาใช้ 9. เลย

จัดทำเมื่อ 1 กรกฎาคม 2557